พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหาร ข้าราชการกองพลทหารปืนใหญ่ และครอบครัว ร่วมกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ หมู่บ้านเอื้ออาทร ศรีอินทราทิตย์ การเคหะแห่งชาติ ต.ท่าแค อ.เมืองลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
นำคณะนายทหาร ข้าราชการกองพลทหารปืนใหญ่ และครอบครัว ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สโมสรนายทหารปืนใหญ่ ค่ายพิบูลสงคราม
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหาร นายสิบ และพลทหาร ร่วมกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาชุมชน ถวายเป็นราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ สำนักงาน กศน.จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
พล.ต.นพดล พรหมแพทย์
ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ นำคณะนายทหารกองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับชมรมคนลพบุรีไม่ทิ้งกัน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.โคกสำโรง อ.บ้านหมี่ และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
N.P. Horse Riding
กิจกรรมฝึกขี่ม้า และอาชาบำบัด กองพลทหารปืนใหญ่
วิวัฒนาการทหารปืนใหญ่

วิวัฒนาการทหารปืนใหญ่

พ.ศ. 2442 ปืนภูเขาแบบ 30
ปืนใหญ่ทองเหลืองอัดบรรจุท้าย(ลุเกเซียส หรือสตีลบรอนซ์)


ปืนใหญ่ทองเหลืองอัดบรรจุท้าย

ปืนใหญ่ทองเหลืองอัดบรรจุท้าย

บทบาท : ไม่ทราบสั่งซื้อจากประเทศใด สั่งเข้ามาใช้ในราชการเมื่อปี พ.ศ. 2430 ขนาดกว้างปากลำกล้อง 7 ซม. เป็นปืนภูเขาแบบ 30 เป็นอาวุธปืนใหญ่ของกองร้อยปืนใหญ่มณฑลนครราชสีมาใช้ปราบผีบุญ ในปี 2444 รวมทั้งการปราบฮ่อและเงี้ยว

 

พ.ศ. 2449 ปืนใหญ่ภูเขาแบบ 49(ป.49)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจาก บริษัท กรุป ประเทศเยอรมันนี นำเข้ามาประจำการเมื่อ พ.ศ. 2499(เดิมชื่อ ป.ภูเขา แบบ 125 เปลี่ยนเมื่อ 13 มี.ค. 2455 ตามคำสั่ง กห.ที่ 383/26899 ลง 13 มี.ค. 2455) ปลดออกจากประจำการเมื่อ 9 ก.พ. 2504 ตามอนุมัติท้ายบันทึกข้อความ กบ.ทบ.ที่ 293/03 ลง 2 ก.พ. 2504 
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย(อัตรา พัน.น. ธ.ค.2483 มี 2 กระบอก อัตราเตรียมพร้อม 84 พัน.ร.มี 1 กระบอก อัตรากำลังรบ 86 มี ป.49 หรือ ป.77 จำนวน 2 กระบอก และพัน.ม. มี 1 กระบอก)
   
กว้างปากลำกล้อง : 50 มม.
   
ระยะยิงไกล : 3,500 ม.
   
ระยะยิงหวังผล : 2,500 ม.
   
น้ำหนัก : 194 กก.(เมื่อตั้งยิง)
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิดชนวนกระทบแตก ความเร็วในการยิง 4 นัดต่อนาที
   
การนำไปมาในสนาม : แยกชิ้นส่วนหาบหาม หรือบรรทุกต่าง ๆ
   
พลประจำปืน : 13 คน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในคราวเกิดกรณีพิพามระหว่างไทยกับอินโดจีน, ฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 - 2484
นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489
   
หมายเหตุ : ไม่สามารถหาปืนหรือรูปได้

 

พ.ศ. 2451 ปืนใหญ่ภูเขาแบบ 51(ป.51-1)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจาก บริษัท กรุป ประเทศเยอรมันนี นำเข้ามาประจำการเมื่อ พ.ศ. 24951 (เดิมชื่อ ป.ภูเขา แบบ 12 เปลี่ยนเมื่อ 13 มี.ค. 2455 ตามคำสั่ง กห.ที่ 383/26899 ลง 13 มี.ค. 2455) ปลดออกจากประจำการเมื่อ 9 ก.พ. 2504 ตามอนุมัติท้ายบันทึกข้อความ กบ.ทบ.ที่ 293/03 ลง 2 ก.พ. 2504 
   
ประเภท : ปืนใหญ่กองพล (อัตรากำลังรบ 86 พัน.ป.51 - ป.พัน.19 มี 12 กระบอก)
   
กว้างปากลำกล้อง : 75 มม.
   
ระยะยิงไกล : 8,900 ม.
   
ระยะยิงหวังผล : 6,000 ม.
   
น้ำหนัก : 1,170 กก.
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิดชนวนไว , ชนวนถ่วงเวลา , กระสุนชรับเนล , กระสุนเจาะเกราะ 
   
การนำไปมาในสนาม : เทียมลากด้วยม้า 6 ตัว
   
พลประจำปืน : 5 คน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในคราวเกิดกรณีพิพามระหว่างไทยกับอินโดจีน, ฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 - 2484
นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489

พ.ศ. 2451 ปืนใหญ่ภูเขาแบบ 51(ป.51-2)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจาก บริษัท กรุป ประเทศเยอรมันนี นำเข้ามาประจำการเมื่อ พ.ศ. 2451 (เดิมชื่อ ปืนประจำที่ แบบ 127 เปลี่ยนเมื่อ 13 มี.ค. 2455 ตามคำสั่ง กห.ที่ 383/26899 ลง 13 มี.ค. 2455) ปลดออกจากประจำการเมื่อ 9 ก.พ. 2504 ตามอนุมัติท้ายบันทึกข้อความ กบ.ทบ.ที่ 293/03 ลง 2 ก.พ. 2504 
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย (กองพัน ป.หนัก - ป.พัน.16 มี 4 กระบอก)
   
การนำไปมาในสนาม : เทียมลากด้วยม้า หรือลากจูงโดยรถยนต์บรรทุกขนาด 2 ตัน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในคราวเกิดกรณีพิพามระหว่างไทยกับอินโดจีน, ฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 - 2484
นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489

พ.ศ. 2463 ปืนใหญ่ภูเขาแบบ 63(ป.63)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้าประจำการเมื่อ พ.ศ. 2463 ปลดออกจากประจำการเมื่อ 9 ก.พ. 04 ตามอนุมัติท้ายบันทึกข้อความ กบ.ทบ.ที่ 293/03 ลง 4 ก.พ. 2504
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย (ป.พัน.4,6,7,9,10,11,12,13,14,15,17 และ 18 มี 8 กระบอก)
   
กว้างปากลำกล้อง : 75 มม.
   
ระยะยิงไกล : 8 กม.
   
ระยะยิงหวังผล : 6 ม.
   
น้ำหนัก : 691.5 กก.(ปืนเครื่องพร้อม)
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิด,กระสุนชรับเนล
   
การนำไปมาในสนาม : เทียมลากด้วยม้า 6 ตัว มีรถนำปืน หรือบรรทุกรถยนต์
   
พลประจำปืน : 6 คน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2485
ยิงรถไฟจนตกราง ระหว่างสถานีหนองเต่า - โคกกระเทียม พ.ศ.2476(ขบถบวรเดช)

พ.ศ. 2477 ปืนใหญ่ทหารราบแบบ 77

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจากประเทศเวียดนาม นำเข้ามาใช้ประจำการ เมื่อ พ.ศ. 2477
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วยทหารราบ
   
กว้างปากลำกล้อง : เป็นแบบลำกล้องคู่ ล่างและบน
ลำกล้องบน ขนาด 47 มม. ยิงได้ไกล 2.5 กม.
ลำกล้องล่าง ขนาด 5 มม. ยิงได้ไกล 5 กม.

พ.ศ. 2478 ปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีราบ แบบ 78(ปนร.78)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจาก บริษัทโบฟอส ประเทศสวีเดน นำเข้าประจำการ เมื่อ พ.ศ. 2478 
   
ประเภท : ปืนใหญ่กองทัพ (กองทัพ ป.หนัก - ป.พัน.16 มี 4 กระบอก)
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
ระยะยิงไกล : 17.86 กม.
   
น้ำหนัก : 3,750 กก.
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิด
   
การนำไปมาในสนาม : ลากจูงด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 2 ตัน
   
พลประจำปืน : 10 คน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในคราวเกิดกรณีพิพามระหว่างไทยกับอินโดจีน, ฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 - 2484
นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489
   
การพัฒนา : เมื่อปลดประจำการแล้ว พล.ต.สัมผัส พาสนยงภิญโญ(ปัจจุบัน พล.อ.) ผบ.ศป.ได้นำมาพัฒนาให้ใช้ยิงกับกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มม. ของสหรัฐอเมริกาได้ เมื่อปี พ.ศ. 2518

พ.ศ. 2478 ปืนใหญ่หนักกระสุนวิถีโค้ง แบบ 78(ปนค.78)

ประวัติ : กองทัพบกได้สั่งซื้อจาก บริษัทโบฟอส ประเทศสวีเดน นำเข้าประจำการ เมื่อ พ.ศ. 2478 ปลดประจำการ เมื่อ - 
   
ประเภท : ปืนใหญ่กองทัพ (กองทัพ ป.หนัก - ป.พัน.16 มี 8 กระบอก)
   
กว้างปากลำกล้อง : 150 มม.
   
ระยะยิงไกล : 15.5 กม.
   
น้ำหนัก : 5,700 กก.
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิด
   
การนำไปมาในสนาม : ลากจูงด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 2 ตัน
   
พลประจำปืน : 12 คน
   
การใช้ประโยชน์ : นำไปใช้ในคราวเกิดกรณีพิพามระหว่างไทยกับอินโดจีน, ฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 - 2484
นำไปใช้ในสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489

พ.ศ. 2478 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80(ปบร.80)

ประวัติ : ปืนใหญ่เบากรสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มม. จัดเป็นปืนใหญ่กองพล เป็นปืนใหญ่ของบริษัท โบฟอส สวีเดน ใช้ล้อไม้ประกอบเหล็กพร้อมซี่ล้อ และดุมภายหลังได้เปลี่ยนเป็นล้อยาง ต่อมาได้ปรับปรุงให้ใช้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 75 มม. ของสหรัฐฯ ขณะนี้จัดเป็นปืนสำรองไว้ในคลัง 
   
ประเภท : ปืนใหญ่กองทัพ
   
กว้างปากลำกล้อง : 150 มม.
   
ระยะยิงไกล : 12,300 ม.
   
น้ำหนัก : 1,375 กก.
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิด
   
การนำไปมาในสนาม : เทียมลากด้วยรถยนต์

พ.ศ. 2478 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 80(ปบค.80)

ประวัติ : กองทัพบกได้จัดซื้อจาก บริษัทโบฟอส ประเทศสวีเดน นำเข้าประจำการ เมื่อ พ.ศ. 2480 เป็นปืนใหญ่กองพล ใช้ล้อไม้ประกอบเหล็กซี่และดุม เมื่อกองทัพบกได้รับการช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐอเมริกา ปืนนี้ได้นำเก็ฐเข้าคลัง
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
การใช้ประโยชน์ : มีบทบาทสำคัญในสงครามข้อพิพาทระหว่างไทยกัยอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2483 - 2484 และสงครามมหาเอเซียบูรพา พ.ศ. 2484 - 2489 
   
การพัฒนา : พล.ต.สัมผัส พาสนยงภิญญโญ(ปัจจุบัน พล.อ.นอกประจำการ) ผบ.ศป. ได้ดัดแปลงรังเพลิงให้ใช้ได้กับกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มม.ของสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนล้อไม้เป็นล้อยางทำการยิงได้โดยใช้ตารางยิงของ ปบค.แบบ เอ็ม. 101(ปบค. 95 ขนาด 105 มม.) ของาหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2518 นำไปบรรจุให้ ป.พัน.30 และนำออกใช้ในราชการปราบปรามผู้ก่อนการร้ายคอมมูนิสต์ บริเวณรอยต่อสามจังหวัด(เพชรบูรณ์,พิษณุโลก,เลย)
ปืนนี้ปัจจุบัน(พ.ศ.2528) อยู่ที่กรม นร.รร.ป.ศป.

พ.ศ. 2495 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 95 ขนาด 105 มม.

ประวัติ : สหรัญอเมริกาได้ให้การช่วยเหลือด้านทหารแก่ประเทศไทย ตามข้อตกลงในโครงการช่วยเหลือและป้องกันร่วม ตุลาคม 2493 ในด้านปืนใหญ่ สหรัฐอเมริกาได้ส่งปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด 105 มม. แบบเอ็ม.101 เอ.1 ให้
   
ประเภท : เป็นปืนหลักที่มีใช้มากในกองทัพบก ในภารกิจช่วยโดยตรงของ กรม ป. ของ พล.ร. และ พล.ม.
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 11,000 ม.
   
กระสุนที่ใช้ได้ : กระสุนระเบิด
   
พลประจำปืน : 11 คน
   
การนำไปใช้ในสนาม : ลากจูงด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 2.5 ตัน , หิ้วด้วย ฮ.
   
การใช้ประโยชน์ : ใช้ปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม, ปรเทศลาว, กองกำลังสุรนารี, กองกำลังบูรพา และการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์

 

พ.ศ. 2497 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 97 ขนาด 75 มม.

 

ประวัติ : เป็นปืนใหญ่สหรัฐฯ แบบเอ็ม.1เอ.1 เป็นปืนใหญ่ที่ใช้ในพื้นที่ภูเขา ภูมิประเทศที่กันดาร ปัจจุบัน ทบ.สหรัฐฯ ปลดประจำการแล้ว สำหรับกองทัพบกขณนี้ไม่ได้จัดหน่วยที่ใช้แล้ว แต่เก็บสำรองคลังไว้
   
กว้างปากลำกล้อง : 75 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 9,620 หลา
   
น้ำหนัก : 1,440 ปอนด์
   
การนำไปใช้ในสนาม : ลากจูงด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 1/4 ตัน
- ถอดบรรทุกเป็นส่วนด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 3/4 ตัน
- ลำเลียงทั้งกระบอกด้วยเครื่องร่อนหรือเครื่องบินในท่าตั้งยิง
- ถอดบรรทุกใช้สัตว์ต่าง ๆ
- ถอดส่งทอากาศด้วยร่ม
   
การใช้ประโยชน์ : ใช้ในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 3

พ.ศ. 2503 ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง แบบ 03 ขนาด 155 มม.

ประวัติ : เป็นปืนใหญ่สหรัฐฯ เอ็ม.114 เอ.1 กองทัพบกจัดให้หน่วย พัน.ป. ภารกิจช่วยส่วนรวม ในกรม ป.ของกองพล ร.
   
ประเภท : ช่วยส่วนรวมใน กรม.ป. ของกองพล ร. บรรจุใน ป.พัน. 102, 103, 104, 1
   
กว้างปากลำกล้อง : 155 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 14,600 หลา
   
น้ำหนัก : 12,700 ปอนด์
   
การนำไปใช้ในสนาม : เคลื่อนที่ลากจูง รถ 5 คัน 6x6
   
การใช้ประโยชน์ : ใช้ปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม, ปรเทศลาว, กองกำลังสุรนารี, กองกำลังบูรพา และการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์

พ.ศ. 2517 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 17 ขนาด 105 มม.

ประวัติ : เป็นปืนใหญ่สหรัฐฯ แบบ เอ็ม.102 สามารถใช้ส่งทางอากาศทิ้งจากร่ม หรือลากจูง
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย บรรจุอยู่ในกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 11,500 ม.
   
น้ำหนัก : 3,140 ปอนด์
   
การนำไปใช้ในสนาม : ยกหิ้วด้วยเครื่องบินปีกหมุน, ทิ้งร่ม, ลากจูงด้วยรถยนต์ขนาด 1 ตัน

ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด 105 มม.แบบ เอ็ม.618 เอ.2

ประวัติ : เป็นปืนใหญ่ของกองทัพบก ที่สร้างขึ้นที่ ศอว.ทบ. พื้นที่ทดสอบและได้ปรับปรุงแบบเป็น เอ็ม.618 เอ.1 และเอ็ม.618 เอ.2 และได้นำเข้ามาประจำการ
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย บรรจุให้กับ ป.พัน.30
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 11,000 ม.
   
น้ำหนัก : 2,235 กก.
   
การนำไปใช้ในสนาม : ลากจูงด้วยรถยนต์บรรทุก ขนาด 2.5 ตัน
   
การใช้ประโยชน์ : ใช้ปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์, เหตการณ์ 3 หมู่บ้าน กิ่ง อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์

พ.ศ. 2518 ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 80 ขนาด 105 มม.

ประวัติ : ตัวปืนเป็นปืนโบฟอส แบบ L 23 ประเภทการลากจูง ได้นำมาดัดแปลง ให้ใช้กระสุนของสหรัฐฯได้ โดย พล.ต.สัมผัส พาสนยงภิญโญ(ปัจจุบัน พล.อ.นอกประจำการ) เมื่อ พ.ศ. 2518 และได้นำเข้ามาประจำการอีกเมื่อ 28 ธ.ค. 18 และ พล.ต.อัมพร สมบูรณ์ยิ่ง อดีต ผบ.ศป.(พ.ศ. 2522) ได้นำตัวปืนนี้มาติดตั้งบนรถกึ่งสายพาน M.3 ใช้เป็น ป.อัตราจร
   
ประเภท : อาวุธประจำหน่วย เคบบรรจุให้กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 ปัจจุบันอยู่ที่ พัน บร.บร.ศป.
   
กว้างปากลำกล้อง : 105 มม.
   
ระยะยิงไกลสุด : 11,000 ม.
   
น้ำหนัก : 2,000 กก.